กำเนิดหัวใจ

หัวใจ เริ่มก่อกำเนิดขึ้นในตัวอ่อน จากเซลล์สร้างหลอดเลือด ที่อยู่
บริเวณที่เราเรียกว่า cardiogenic plate ซึ่งเริ่มเห็นได้ในตัวอ่อน ที่มีอายุ
ประมาณ 2 สัปดาห์ (อ่านต่อ)

 

หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญภายในร่างกาย
มีหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปฟอกที่ปอด
และส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย
หัวใจเป็นอวัยวะ ที่มีความแข็งแรงทนทานมาก
หัวใจคนเราเริ่มเต้นตั้งแต่ที่เป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดา
ตอนอายุตัวอ่อนเพียง 22 วันและก็จะเต้นตลอดไป
แต่กระนั้นก็ตาม หัวใจก็เหมือนกับอวัยวะอื่นๆภายในร่างกาย ที่สามารถเกิดความผิดปกติหรือโรคขึ้นได้ (อ่านต่อ)

การทำงานของหัวใจ

การทำงานของหัวใจแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญคือ
  - การควบคุมสั่งการจากระบบประสาท
  - การนำสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจ
  - การบีบตัวและคลายตัวของหัวใจ (อ่านต่อ)

คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความ เอาใจใส่ และบริการอันดี ในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผม มีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกกฎหมายหรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่พ่อกับแม่ต้องอยู่ ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผมได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้รู้ คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมมีสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวยหรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจ ว่าตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อมีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน

ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรมและเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาส เรียนรู้ถึงความคิดและวิชาของมนุษย์ทั้งโลก

และประเทศของผมจะได้มีโอกาสรับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวนา ชาวไร่

ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่

ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทร ทัศน์ ก็ได้ โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมอย่างฟรีกับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอหาพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชอุ่ม สามารถมีบทบาทและชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัด งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศล อะไรได้พอสมควร

ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือสโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรให้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชี วิตของคนอื่น ๆ บ้าง

ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตองในงานศพให้วุ่นวายไป

นี่แหละคือความหมายแห่งชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุขจงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี

"เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เครื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ"

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน
โรคเส้นเลือดตีบตัน หมายถึง โรคที่เกิดจากภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีการตีบหรือตันซึ่งเป็น ผลจากภาวะไขมันสะสม ที่ผนังด้านใน ของเส้นเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยง ถ้าเป็นรุนแรงก็จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายขึ้น

ภาพแสดงเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เรียกว่า
เส้นเลือดแดงโคโรนารี่

(อ่านต่อ)

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ

          ในแต่ละวัน ร่างกายคนเราต้องการพลังงานจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไขมัน ในสัดส่วนที่เหมาะสม และไม่มีอาหารชนิดใดที่มีสารอาหารครบถ้วนทุกประเภทตามที่ร่างกายต้องการ ดังนั้น เราจึงต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและจำเป็นต่อร่างกาย

9ประการชีวีสดใสวัยสูงอาย

ข้อที่ 1 อาบน้ำทุกวัน แปรงฟันสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

ข้อที่ 2 กินอาหารสุกสะอาด วันละ 3 มื้อ ให้ถือ 5 หมู่

ข้อที่ 3 ออกกำลังกายสามครั้งต่ออาทิตย์ ครั้งละนิดไม่เกิด 30 นาที

ข้อที่ 4 ดื่มน้ำสุกสะอาด อย่าให้ขาดวันละ 6 – 8 แก้ว

ข้อที่ 5 พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6 – 8 ชั่วโมง ปลอดโปร่งแจ่มใส

ข้อที่ 6 งดสิ่งเสพติด คบหาญาติมิตร ใกล้ชิดครอบครัว

ข้อที่ 7 ดูแลบ้านเรือนของใช้ เสื้อผ้า ให้สะอาดน่าใช้

ข้อที่ 8 ตรวจสุขภาพให้ถ้วนถี่ ปีละครั้ง เป็นอย่างน้อย

ข้อที่ 9 ฝักใฝ่ในธรรม ประกอบกรรมดี อารีต่อทุกคน

คล็บลับผู้สูงวัยหัวใจเด็ก
(Young at Heart)

1. รับประทานอาหารเช้าทุกวัน

2. รับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้

3. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว

4. ควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะ

• น้ำหนักน้อยเกินไปทำให้ความจำไม่ดี กระดูกผุ ความต้านทานโรคลดลง ความแข็งแรงกล้ามเนื้อลดลง

• น้ำหนักมากเกินไปเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็งบางชนิด ข้อเข่าเสื่อม หยุดหายใจระหว่างหลับ

5. ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส การออกกำลังกายมีประโยชน์สำหรับทุกกลุ่มอายุ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เริ่มต้นจากการเดินครั้งละ 10 นาที วันละ 3 ครั้ง ทุกวัน และค่อยๆเพิ่มเวลา

6. ดูแลบ้านเรือน/ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า

7. ทำจิตใจให้แจ่มใส ใส่ใจตนเอง นอนหลับให้เพียงพอ มีปฏิสัมพันธ์โดยการไปร่วมกิจกรรม/สันทนาการ “หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส ”

8. ปฏิบัติตามหลักศาสนา/มีเมตตา/โอบอ้อมอารี

9. ตรวจสุขภาพร่างกายให้ครบอย่างน้อยปีละครั้ง

แผนที่ชีวิต สู่วัยร่มเย็น

มนุษย์วัยเรียน ต้องเรียนพุทธศึกษา วิทยาการทันโลก เรียน จริยศึกษา ปฏิบัติ มนุษยธรรม คุณธรรม วัฒนธรรม และศาสนา เรียนพลศึกษา ปฏิบัติเพื่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการอยู่ในสังคมด้วยความสงบเย็น และเรียนอาชีวศึกษา เพื่อการดำรงชีวิตด้วยสัมมาอาชีวะ

มนุษยวัยรัก ต้องรักตนเอง และปฏิบัติตนให้ถูกต้องโดยธรรม ต้องรักครอบครัว ดำรงครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น มั่นคง และก้าวหน้า ต้องรักชุมชน จรรโลงสังคม ไม่เป็นคนรกโลก และต้องรักชีวิตทุกชีวิตในโลก เขาเหล่านั้นคือ เพื่อน เกิด แก่ เจ็บตาย

มนุษย์วัยรวย ต้องสร้างตนเอง ทำความดีงามให้ปรากฎ ต้องสร้างครอบครัว นำครอบครัว ลูก หลาน ให้ชีวิตอยู่ในธรรม ต้องสร้างสั่งสมบารมี คุณงามความดี มีบทบาทในสังคม และต้องสร้างสิ่งดีงามไว้ให้โลก คือตอบแทนบุญคุณโลก

มนุษย์วัยร่มเย็น พอ พอใจ เพื่อจักได้เป็นอิสระชน (free is now) พ้นแล้วโว้ย เพื่อจักได้กินบุญ (กรรม) ที่ได้สั่งสมมา เพื่อจักได้เกื้อกูลสังคม ด้วยพรหมวิหาร เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และที่สุดคือ ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้โลก ให้ลูกหลาย นิรันดรฯ

(ท่านพุทธทาส กำหนดชีวิตมนุษย์ วัยเรียน วัยรัก วัยรวย วัยร่มเย็น)

การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์

วินิจฉัยที่ชัดเจนที่สุด คือ การตัดเนื้อเยื่อสมองมาตรวจด้วยกล้องไมโครสโคป แต่อันตรายมาก การวินิจฉัยจึงอาศัยข้อมูลต่างๆมาพิจารณาประกอบกัน ซึ่งจะสามารถช่วยการวินิจฉัยได้แม่นยำ ประมาณ 80 – 90 % ได้แก่

- ประวัติการเจ็บป่วย การบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะ
- การตรวจร่างกาย
- การตรวจสติปัญญาด้วยแบบทดสอบสมอง
- การตรวจอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุการหลงลืม
การวินิจฉัยยังวินิจฉัยได้เร็ว จะยังช่วยในการวางแผนรักษาให้ตั้งแต่แรกเริ่มจะช่วยชะลอ หรือป้องกันการเข้าสู่ระยะที่ร้ายแรงมากขึ้น