ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมิสซา
คุณพ่อ วิศิษฐ์ หริพงศ์

 

ความหมายของการถวายบูชามิสซาl ภาคต่าง ๆของพิธี l ก่อนที่จะไปร่วมถวายบูชามิสซา l

 

ความหมายของการถวายบูชามิสซา

ศีลมหาสนิทเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่พระเยซูเจ้าได้ประทานแก่ประชากรของพระเป็นเจ้า เพราะความรักอันเปี่ยมล้นของพระองค์ มีแต่พระองค์เท่านั้นผู้ทรงเป็นพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ ที่ทรงมีพระประสงค์ และอำนาจที่จะกระทำการมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ เพื่อจะประทับอยู่กับเรา เป็นความบรรเทา พละกำลัง ความสุขและสันติของเรา

คำว่า "ศีลมหาสนิท" (Eucharist=การขอบพระคุณ)

ประกอบด้วย

การถวายบูชา หรือมิสซา
การรับศีลมหาสนิท
การประทับอยู่อย่างแท้จริง ทั้งทางกายและทางธาตุแท้ (substance) ของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท

ศีลมหาสนิทที่เป็นบูชายัญ หรือการถวายบูชามิสซา คือ

          มนุษย์ทุกคน จากทุกยุคทุกสมัย ได้ถวายบูชาแด่พระของตน ที่จริงแล้วเขาถือว่า การถวายบูชานี้เป็นกิจกรรมสูงสุดของศาสนา จริงๆ แล้ว มีบางครั้งในประวัติศาสตร์ที่พระเป็นเจ้าได้ตรัสล่วงหน้าถึงการถวายบูชาใหม่ และเป็นบูชาของมนุษย์ทั่วไป คือการบูชาของพระบุตรของพระองค์เอง

การถวายบูชาใหม่ที่ว่านี้คือ มิสซา ซึ่งเป็นการรื้อฟื้น มหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าบนพระแท่นของชาวเรา บนไม้กางเขนที่เขากัลวารีโอ พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่กู้เรา ในบูชามิสซาซึ่งถวายแด่พระเป็นเจ้าทุกวันทั่วโลก พระเยซูเจ้าได้โปรดประทานผลแห่งการกอบกู้แก่เรา การถวายบูชาทั้งหลายในอดีตรวมกันก็ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะชดเชยบาปของเราได้ มีแต่การถวายบูชามิสซาของพระเยซูเจ้าเท่านั้นที่นำมาซึ่งความเต็มเปี่ยมแห่งการกอบกู้

พูดถึงความจริงที่ยิ่งใหญ่ของการถวายบูชามิสซา นักบุญเปาโล ได้ประกาศว่า ถ้าท่านมิได้พูดอะไรด้วยตัวท่านเอง แต่ว่าได้เรียนรู้มิสซาคืออะไร จากการไขแสดงของพระเป็นเจ้าเอง

คำพูดเหล่านี้ไม่ปล่อยช่องว่างให้เราสงสัยได้เลย พระเยซูเจ้าจะต้องเสด็จกลับไปหาพระบิดา แต่พระองค์ก็ทรงทราบว่า มนุษย์ต้องการพระองค์ ดังนั้น พระองค์ได้ทรงคิดหาไม่เพียงหนทางที่จะช่วยพวกเขาให้รอดเท่านั้น แต่ยังทรงคิดหาวิธีที่จะประทับอยู่กับพวกเขา เพื่อจะได้โปรดประทานผลแห่งการไถ่กู้ให้แก่พวกเขาด้วย

กับพระวาจาที่ว่า "นี่คือกายของเรา ถ้วยนี้เป็นพันธสัญญาใหม่แห่งโลหิตของเรา" และกับพระวาจาที่ว่า "ทุกครั้งที่ท่านกินปังนี้ และดื่มจากถ้วยนี้ ท่านก็ประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา"(1คร.11:24-26) พระเยซูเจ้ามีพระประสงค์จะให้ความมั่นใจแก่ชาวเราว่า แม้ว่าหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว พระองค์จะทรงรื้อฟื้นการถวายบูชาของพระองค์นี้อย่างแท้จริง ในรูปแบบที่มองไม่เห็นแต่เป็นจริงเที่ยงแท้ และชาวเราก็สามารถที่จะได้รับพระหรรษทานจากพระองค์ พร้อมทั้งความมุมานะ ที่จะรอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์

เป็นความจริงดังที่ท่านได้เคยพูดไว้ว่า การบูชาของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนก็เพียงพอแล้ว แต่ว่าเป็นการจำเป็นที่จะมีส่วนร่วมในการบูชานี้ เพื่อว่ากิจกรรมอันนำมาซึ่งความรอดของพระเยซูเจ้านี้จะได้สัมผัสกับชีวิตเรา

มิสซา จริงๆ แล้ว เป็นรูปแบบของการถวายบูชายัญบนภูเขากัลวารีโอ เครื่องบูชาก็คือ องค์พระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นเครื่องบูชาเดียวกับบูชามิสซา เพียงแต่รูปแบบของการถวายบูชาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป บูชาบนภูเขากัลวารีโอ พระเยซูเจ้าได้ทรงหลั่งพระโลหิตอันแท้จริง ในบูชามิสซาพระองค์ได้ทรงถวายพระองค์เองแด่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของพระองค์ในรูปแบบที่ไม่มีโลหิต แต่เป็นธรรมล้ำลึกที่ไม่อาจเข้าใจได้

ในบูชามิสซา พระเยซูเจ้าประทับอยู่อย่างแท้จริงใน 3 วิธีการ

วิธีการแรก คือ พระวาจาของพระองค์ ในบทอ่านจากพระคัมภีร์

เป็นพระคริสตเจ้าเองที่ตรัสกับเรา เราจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เราจะต้องฟัง รำพึง เชื่อและเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา

โดยเฉพาะในวันอาทิตย์และวันพระเจ้า พระวรสารจะตามด้วยบทเทศน์ และการภาวนาทั่วไปคือ บทภาวนาเพื่อมวลชน วันอาทิตย์เป็นวันที่พวกอัครสาวกถือแทนวันเสาร์ พวกท่านได้ทำดังนี้ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้า ในวันนั้นประชากรของพระเป็นเจ้ามีข้อผูกมัดที่จะถวายคารวะภายนอกแด่พระเป็นเจ้า โดยผ่านทางบูชามิสซา

วิธีการที่สอง และเป็นวิธีที่สมบูรณ์ที่สุด ในการที่พระเยซูเจ้าจะสถิตในการถวายบูชามิสซา คือระหว่างและหลังการเสกปังและเหล้าองุ่น การเสกนี้เป็นเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์และสง่าที่สุดของมิสซา เป็นการรื้อฟื้นการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย
ของพระเจ้า

บัดนี้ ในความสงบเงียบที่ระทึกใจนี้ การสิ้นประชนม์ของพระเจ้าบนไม้กางเขน เพื่อเราจะได้รับการรื้อฟื้น พระสงฆ์เปล่งถ้อยคำซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเนื้อแท้ทั้งหมดของปัง และเหล้าองุ่นให้กลายเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า ในพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้านี้เอง ที่พระสงฆ์กล่าวอย่างชัดเจนและเต็มไปด้วยความเคารพว่า

การเปลี่ยนแปลงเนื้อแท้ (transubstantiation) อย่างเป็นผลดังนี้ ก็เนื่องจากอำนาจอันไม่มีขอบเขตของพระเป็นเจ้าเอง "เป็นการเปลี่ยนอย่างอัศจรรย์ของเนื้อแท้" (substance) ดังที่นักบุญโทมัสได้กล่าวไว้ว่า "เป็นกิจการที่จะกระทำได้โดยพระเป็นเจ้าเท่านั้น ดังนั้น พระสงฆ์จึงไม่มีส่วนอื่นใด นอกจากจะกล่าวคำเหล่านั้น" (Summa Theol.III a,q, 78,a,l)

หลังการเสกศีลมหาสนิท พระคริสตเจ้าประทับบนพระแท่นอย่างแท้จริง มีแต่สิ่งปรากฏภายนอก (สี รสฯลฯ) ของปังและเหล้าองุ่นที่ยังคงอยู่ พระเยซูคริสตเจ้า เนื้อและเลือด กายและวิญญาณ พระเทวภาพและสภาพมนุษย์ประทับอยู่ภายใต้รูปปรากฏเหล่านี้

บูชามิสซาเป็นงานเลี้ยง

วิธีการที่สาม ที่พระเยซูเจ้าสถิตอยู่ในการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ก็คือ การรับศีลมหาสนิท ซึ่งเป็นปังทรงชีวิต

"ในระหว่างการรับประทานอาหาร พระเยซูเจ้าทรงหยิบปัง กล่าวคำขอบพระคุณ บิออก แล้วยื่นให้สานุศิษย์ตรัสว่า รับเอานี่ไปกิน นี่คือกายของเรา แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วยองุ่น ขอบพระคุณ ประทานแก่สาวกพลางตรัสว่า รับถ้วยนี้ไปดื่มให้ทั่วกัน นี่เป็นโลหิตของเรา" (มธ 26-26-27)

คริสตชนในสมัยแรกเริ่มได้มีส่วนร่วมในการชุมนุมทางพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และพวกเขาได้ชิดสนิทกับพระเยซูเจ้าโดยการรับศีลมหาสนิท เมื่อเขียนถึงชาวโครินธ์ นักบุญเปาโล เตือนสติพวกเขาถึงข้อความจริงอันยิ่งใหญ่นี้ เพื่อพวกเขาจะได้รับพระเยซูเจ้าอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้นเสมอ และไม่ควรจะรับพระองค์อย่างไม่เหมาะสม

เพื่อให้ทุกคนสามารถรับศีลมหาสนิทได้อย่างสะดวก พระศาสนจักรได้เปลี่ยนแปลงกฏข้อบังคับเกี่ยวกับการอดอาหาร อดน้ำ ดังนั้น ในทุกวันนี้ เราจะต้องอดอาหารหนักและเครื่องดื่มอื่น ยกเว้นน้ำ เพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนการรับศีลมหาสนิท น้ำเปล่าดื่มได้ทุกเวลา

สำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ก็มีการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เขาจะรับประทานยาได้ทุกเวลาก่อนรับศีลมหาสนิท อดอาหารหนัก 15 นาทีก่อนรับศีลมหาสนิท คำว่า ผู้สูงอายุ ย่อมหมายถึงผู้ที่อยู่บ้านพักคนชรา

บูชามิสซานำมาซึ่งความสนิทสัมพันธ์ของประชากรของพระเป็นเจ้าทั้งมวล นั่นคือทั่วทั้งโลก เนื่องจากว่าประชากรใหม่ของพระเป็นเจ้า ตามพระประสงค์ของพระเยซูเจ้าจะต้องรวมทุกคน ไม่ว่ายิวหรือคนต่างศาสนา เพราะว่าพระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อไถ่กู้มนุษย์ทุกคน "จงรักกันและกัน ดังที่เรารักท่าน"(ยน.13:34)

เมื่อบูชามิสซาสิ้นสุดแล้ว พระเยซุเจ้าก็ยังคงสถิตอยู่ในศีลมหาสนิท ธรรมเนียมของการเก็บรักษาศีลมหาสนิทไว้หลังมิสซาเกิดขึ้น เพราะความต้องการที่จะเป็นศีลเสบียงสำหรับคนเจ็บป่วย และแจกศีลให้แก่ผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมบูชามิสซาได้ จึงได้เกิดมีการเฝ้าพระเยซูเจ้าผู้สถิตในศีลมหาสนิทขึ้นตามวัดต่างๆ และภาวนาต่อพระองค์แม้มิสซาจบแล้วก็ตาม

เมื่อทราบถึงพระประสงค์ของพระอาจารย์เจ้าแล้ว เราคริสตชนจึงพยายามที่จะร่วมถวายบูชาไม่เฉพาะแต่วันอาทิตย์และวันฉลองเท่านั้น แต่ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้กระทั่งทุกวัน อยู่ร่วมเมื่อพระเยซูเจ้าถวายพระองค์เองต่อไปแด่พระบิดาเจ้าสวรรค์ ในบูชามิสซาเราทราบดีว่ากำลังนมัสการขอบพระคุณและชดเชยบาปต่อพระเป็นเจ้าอย่างเหมาะสมที่สุด เราทราบดีว่าเราเจริญขึ้นในชีวิตวิญญาณ และรับพระหรรษทานจากพระเป็นเจ้าเพื่อตัวเราเอง และเพื่อผู้ที่เรารักด้วย ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือจากไปแล้ว เพราะว่าในบูชามิสซาเป็นพระเยซูเจ้าเองที่วิงวอนต่อพระบิดาเพื่อเราทั้งหลาย