ถ้วยกาลิกส์ จาก....หนังสือเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ

ร้านของชาวยิวคนหนึ่งขายถ้วยกาลิกส์ ชามและถ้วยเหล้า วางอยู่บนหิ้ง อีกด้านหนึ่งมีถ้วยกาลิกส์ไม้ที่สวยงามวางอยู่ข้างๆ ชามทองคำ

"เจ้าช่างเป็นสิ่งไร้ค่าจริงๆ" ชามทองคำเย้ยหยันถ้วยกาลิกส์ไม้
"แม้แต่ขอทานก็ยังไม่คู่ควรกับเจ้า" ถ้วยกาลิกส์เงียบ ไม่ตอบสักคำ

ขณะนั้นเอง มีลูกค้า 2 คน เดินมาในร้าน คนหนึ่งเป็นเศรษฐีชาวโรมัน อีกคนเป็นชาวประมงผู้ยากจน ชายเศรษฐีซื้อชามทองคำ ขณะที่ชาวประมงซื้อถ้วยกาลิกส์ไม้

ต่อมา... มีผู้นำถ้วยกาลิกส์ไปไว้ที่ห้องใหญ่ชั้นบน ขณะที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ถ้วยกาลิกส์ สัมผัสความอบอุ่นจากมือของชายผู้ที่จับถ้วย หลังจากเหล้าองุ่นถูกเทลงในถ้วย ถ้วยกาลิกส์ได้ยินวาจาที่แปลกประหลาดจากชายผู้หนึ่ง "นี่คือโลหิตของเราจงดื่มเถิดเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา" ถ้วยกาลิกส์จำชายนั้นได้...ร้องไห้...เพราะตนกำลังรองรับพระโลหิตของพระคริสต์

 

 

วันรุ่งขึ้น.... ชามทองคำมองเห็นตัวเองอยู่ที่จวนปิลาตและรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นสมบัติของเศรษฐีผู้มีอำนาจ ชามทองคำคิดถึงความแตกต่างระหว่างตนเอง และถ้วยกาลิกส์ไม้ ตนเองนั้นช่างมีค่าและมีผู้นำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ที่ดีกว่าการเป็นเพียงถ้วยให้ชาวประมงจนๆ ใช้ดื่ม

ชามทองคำได้สัมผัสมือของทาส และเห็นตัวเองถูกนำมาอยู่ต่อหน้าปิลาต มือของผู้ว่าราชการวางอยู่บนขอบชาม และมีน้ำเทลงมา น้ำที่ล้างมือของปิลาตไหลลงไปในชามทองคำ

ปิลาต พูดกับประชาชนหลังจากที่เขาตัดสินลงโทษพระคริสต์โดยการตรึงกางเขน
"ฉันล้างมือของฉันให้พ้นมลทินจากบาปของชายนี้"

ชามทองคำยินดีมาก บอกว่า สิ่งนี้เป็นอภิสิทธิ์สำหรับตนที่ได้ใส่น้ำซึ่งล้างมือของปิลาต

ชามทองคำหารู้ไม่ว่า น้ำนั้นมีมลทินของความอยุติธรรม ความขลาดและความหยิ่งจองหอง เป็นน้ำแห่งบาปผิด ซึ่งจะถูกจารึกไว้ตลอดไป

"คุณค่าของชีวิตเราไม่ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นใคร แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรามีชีวิตเพื่ออะไร"