คุณพ่อ เอราสโต เฟรนันเดช

 

นโลกปัจจุบัน ผู้คนพยายามแสวงหาความหมาย และความสัมพันธ์กัน มนุษย์ต้องการความสัมพันธ์กันในทุกๆ สิ่งที่เขาพูดหรือกระทำ ไม่เพียงแต่คนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ทุกคนพบว่าชีวิตนี้มีคุณค่า ถ้าเขาสามารถเห็นได้ว่าเขากำลังไปทางไหน และทุกสิ่งที่เขาทำนั้นเหมาะสมและเข้ากับแผนการบางอย่างที่วางเอาไว้ และยิ่งกว่านั้นมีความสำคัญเป็นพิเศษอย่างไร

พระเจ้าทรงทราบว่าหัวใจของมนุษย์มีความปรารถนาลึกๆ เช่นนี้ องค์พระคริสตเจ้าจึงได้ทรงตั้งศีลมหาสนิทไว้ เพื่อเป็นการตอบสนองและเป็นการสนองที่วิเศษสุด ในพระปรีชาญาณอันเหลือคณนาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงตั้งให้ศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางชีวิตของเรา และในศีลมหาสนิทนี้เองที่เราจะพบความหมายของชีวิตและความสัมพันธ์ของเรา

ศีลมหาสนิท - ศูนย์กลางของพิธีกรรมทางศาสนา

ศีลมหาสนิท เป็นศูนย์กลางของศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของพระศาสนจักร เปรียบเหมือนระบบสุริยะจักรวาลและหมู่ดาวเคราะห์ เหมือนที่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาล และดาวเคราะห์ทั้งหลายโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในทำนองเดียวกัน ศีลมหาสนิทเป็นศุนย์กลางในพิธีกรรมทางศาสนาของพระศาสนจักร

ศีลล้างบาปให้เรามีส่วนร่วมในศีลมหาสนิท และรับพระคริสตเจ้าในศีลมหาสนิท ศีลกำลังประทับตราเราให้มีสัญลักษณ์ที่จะนมัสการพระเจ้าอย่างแข็งขัน และเป็นสักขีพยานของพระคริสตเจ้าต่อหน้าเพื่อนมนุษย์ ศีลมหาสนิทเป็นสักขีพยานของคริสตชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศีลอภัยบาปเป็นประตูทางเข้าไปรับศีลมหาสนิท เพราะศีลอภัยบาปเปิดทางที่จะไปรับศีลมหาสนิทโดยทำลายเครื่องกีดขวาง คือบาปต่างๆ ศีลเจิมคนไข้ก็เช่นเดียวกันคือ เตรียมตัวเราให้พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการรับศีลมหาสนิท และช่วยให้เราเข้มแข็งเพื่อยอมรับความทุกข์ทรมานและความตาย ร่วมกับพระคริสตเจ้าบนเขากัลวารีโอ

ยิ่งกว่านั้น เราอาจพูดได้ว่าศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ โดยทั่วไปจะจบลงหรือสมบูรณ์ได้เมื่อมีการรับศีลมหาสนิทคู่กันไปด้วย ในสมัยเริ่มแรกของคริสตศาสนา ศีลล้างบาปและศีลกำลังจะนำหน้าศีลมหาสนิทในพิธีรับเข้าเป็นคริสตชน และจะยังไม่นับว่าเป็นคริสตชนแท้สมบูรณ์ถ้ายังไม่อาจรับศีลมหาสนิทได้ ศีลอภัยบาปและศีลเจิมคนไข้ก็จะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีการรับศีลมหาสนิท และศีลมหาสนิทเป็นพื้นฐานขั้นต้นในการรับศีลบรรพชา และศีลสมรส เพราะว่าพระสงฆ์ที่รับศีลบรรพชาแล้วเท่านั้น ที่สามารถเริ่มปฏิบัติหน้าที่พระสงฆ์ได้ โดยร่วมถวายบูชามิสซาร่วมกับพระสังฆราชผู้ประกอบพิธีบรรพชา และศีลสมรสนั้น ศีลมหาสนิทจะนำมาซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ในคำสัญญาของความรักที่คู่สมรสแสดงเจตจำนงต่อกัน

ดังนั้น ศีลศักดิ์สิทธิ์ทุก ๆ ศิล บ่งชี้ไปยังศูนย์กลางของการไถ่บาป คือศีลมหาสนิท จากศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้รับชีวิตและพละกำลัง ศีลต่างๆ นำเรากลับไปสู่ศูนย์กลางของชีวิตเราในพระคริสตเจ้าบนพระแท่นศีลมหาสนิท ดังนั้น จึงเป็นความจริงที่ว่า ถ้าขาดศีลมหาสนิทเสียแล้ว พระศาสนจักรของเราจะว่างเปล่าและขาดชีวิตชีวา

ศีลมหาสนิท - ศุนย์กลางแห่งการประกาศพระวรสารของพระศาสนจักร

"รามาเพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น" พระดำรัสธรรมดาๆ ของพระองค์เช่นนี้ พระองค์ทรงสรุปแผนการทั้งครบของพระองค์เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอด การแพร่ธรรมทุกรูปแบบของพระศาสนจักรจะต้องมุ่งตรงไปที่ศีลมหาสนิท เพราะเป็นศีลเดียวที่เราสามารถพบพระคริสตเจ้าทั้งครบ คือพระคริสตเจ้าที่ทรงเป็น หนทาง ความจริง และชีวิต นักเขียนบทความเกี่ยวกับศาสนาในยุคปัจจุบันผู้หนึ่งได้กล่าวถึงความจริงเรื่องนี้อย่างแข็งขัน ว่า "ถ้าธรรมทูตของเราไม่มีวิธีที่สามารถนำเราให้เข้ามายังพระแท่นเป็นจุดสุดท้ายแล้ว เมื่อนั้นเราสามารถเชื่อแน่ว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดนั้นไร้ผล"

ศีลมหาสนิท - ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน

บางคนอาจจะรู้สึกว่าเท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เกี่ยวกับบรรดาผู้นำในพระศาสนจักรเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับฆราวาสเลย แต่ตามความเป็นจริงแล้วศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตคริสตชนธรรมดาใช้ไปในการทำงาน การงานเป็นเพียงการทำมาหาเลี้ยงชีพ เป็นภาระที่หลีกเลี่ยงมิได้ แต่ก็นำไปสู่การส่งเสริมต่องานสร้างโลก และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งคริสตชนถือว่าเป็นการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า หลังจากประกอบกิจการงานมาตลอดสัปดาห์หรือตลอดวันแล้ว คริสตชนก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องกลับไปยังพระเจ้า เพื่อรายงาน และทูลถวายผลงานที่กระทำต่อพระเจ้า และสิ่งนี้คือสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำในศีลมหาสนิท เมื่อพระองค์ทรงนำขนมปังและเหล้าองุ่นมาสู่พระแท่น สองสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะสมของธรรมชาติ (สิ่งที่พื้นดินผลิตได้) และสิ่งที่มนุษย์ทำได้ด้วยมือ ดังนี้ ไม่มีใครเลยที่มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในศีลมหาสนิทจะสามารถกลับไปทำงานของตนแล้วพบว่า งานเป็นสิ่งจำเจ และไม่เกี่ยวข้องกับชีวิต

นอกจากคริสตชนจะถวายผลงานของตนในศีลมหาสนิทแล้ว คริสตชนยังพบชีวิตใหม่ในพิธีมิสซาขอบพระคุณด้วย นับแต่บัดนี้ พระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในแผ่นปังและนำภารกิจใหม่มาให้เราคือ กลับไปยังโลกและเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยความรัก ยิ่งกว่านั้นพิธีมอบสันติสุขให้แก่กันและกัน ทำให้เรามีความสุขและความยินดี การอ่านพระวาจาของพระเจ้าในพระคัมภีร์นำมาซึ่งความหวัง และช่วยให้เราเข้าใจความหมายของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เหนือสิ่งอื่นใด อาหารศักดิ์สิทธิ์นำมาซึ่งความรักของพระเจ้า เมื่อเราได้รับพระหรรษทานอันอุดมและความรู้ความเข้าใจเหล่านี้แล้ว คริสตชนก็กลับไปทำงานด้วยจิตตารมณ์ของความสุข ตราบใดที่เราเข้าไปรับศีลมหาสนิทอย่างเข้าใจดีเช่นนี้ ชีวิตของเราก็จะมีความหมาย เพราะว่าศีลมหาสนิทยังคงเป็นศุนย์กลางของชีวิตเรา

ชีวิตจะเป็นอย่างไรนั้น แล้วแต่ผู้นั้นใช้ชีวิตอย่างไร ถ้าเราพยายามใช้ชีวิตของเราในจิตตารมณ์ของศีลมหาสนิท ยอมรับให้ศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางของชีวิตและทุกๆ สิ่งที่เรากระทำแล้ว เราไม่ต้องกลัวเลยว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร้จุดหมายหรืออยู่ไปวัน ๆ

บทภาวนาศีลมหาสนิท

ข้าแต่พระเจ้าองค์พระบิดาเจ้า พระองค์ได้ทรงประทานศีลมหาสนิทให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อดับความกระหายฝ่ายจิตของมนุษย์ และจูงใจข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้ใกล้ชิดกับพระเยซูคริสเจ้าพระบุตรของพระองค์ และใกล้ชิดกับพี่น้องชายหญิงของข้าพเจ้าทุกคน โปรดทรงบันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเจริญเติบโต ในความรักต่อศีลมหาสนิท โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความยินดีและด้วยความเคารพ โปรดให้ศีลมหาสนิทเปลี่ยนแปลงข้าพเจ้า ให้ละม้ายคล้ายคลึงกับพระเยซูเจ้า โปรดให้ข้าพเจ้าใกล้ชิดสนิทกับพระองค์มากยิ่งขึ้น เหตุว่าพระองค์ทรงจำเริญและเสวยราชย์ร่วมกับพระองค์ และพระจิตเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวตลอดนิรันดร อาแมน......