สุขภาพวัยคนทำงาน
สุขภาพวัยคนทำงาน

เหมือนว่าคนวัยทำงานสมัยนี้จะต้องเผชิญกับโรคที่มักจะหาสาเหตุที่แท้จริงที่แน่นอนไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ตื่นเช้ามาบางคนรู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใส เหมือนกับนอนไม่ค่อยเต็มที่ อยู่ที่ทำงานก็จะรู้สึกอ่อนเพลียเสียจริง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย นั่งแต่ในห้องแอร์ ดูจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ไม่น่าจะรู้สึกอ่อนเพลียได้ขนาดนี้

คุณรู้มั๊ย การที่คุณทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ วันๆ ไม่ได้เยี่ยมหน้าออกไปไหน ออกจากบ้านแต่เช้ากลับเข้าบ้านอีกทีพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว วันๆ เครียดกับงาน อาหารที่กินก็ซ้ำๆ เดิมๆ นั่นคือต้นเหตุของอาการต่างๆ ที่เกิดกับคุณไม่ว่า จะเป็นอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ ท้องผูก และอื่นๆ อีกมากมาย อาการเล็กๆ ที่อาจจะนำมาซึ่งโรคร้ายในอนาคตได้

ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี www.balavi.com ได้ต้อนรับคนวัยทำงานที่เข้ามาปรึกษาอาการต่างๆ ที่กล่าวมามากมาย หลายๆ คนมาเข้าคอร์ส 10 วัน กลับบ้านไปอาการต่างๆ ดีขึ้นแทบจะทันตาเห็น

คุณอัมพร ฉลูรัตน์ ก็เช่นกัน ที่เข้ามาที่ศูนย์ฯ บัลวีด้วยอาการหลากหลายที่เธอพูดติดตลกว่า จนบัดนี้ยังบรรยายไม่หมดเลย เริ่มจากที่เป็นคนวัยทำงาน ที่ต้องทำงานบ้านเองด้วย

"ตื่นเช้ามารู้สึกเหมือนจะนอนไม่อิ่ม หน้าตาก็ไม่ผ่องใสเอาเสียเลย พอตอน 9 โมงเช้าจะเริ่มรู้สึกง่วงอีกแล้ว ยิ่งเห็นตอนตัวเองถ่ายรูปแล้ว โอ๊ย ทำไมหน้าตาเราถึงเป็นได้อย่างนี้ บางครั้งก็รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สบายตัว เนื้อตัวจะมีไข้รุมๆ"

เธอยังได้บอกว่าจะมีอาการปวดตามข้อ โดยเฉพาะตรงหัวไหล่ บางครั้งจะปวดลามลงมาตรงแขน หนักหน่อยก็ปวดลามไปถึงปลายนิ้ว ตื่นเช้าใหม่ๆ มือจะแข็ง กำมือไม่ลง บางครั้งก็ปวดสะโพก ไล่ลงมาถึงข้อเข่า และข้อเท้า ยิ่งวันไหนที่นอนน้อยจะรู้สึกปวดมากขึ้น พอก้าวขาลงเหยียบพื้นจะเจ็บที่ฝ่าเท้า เมื่อไปหาหมอทั่วไป หมอก็ให้ยาแก้ปวดมา ซึ่งทำให้กระเพาะระคายเคือง ตอนหลังเมื่อปวดอีกก็เลยไม่กล้าไปหาหมออีกกลัวว่า หมอจะให้ยาแก้ปวดมาให้กินให้ปวดกระเพาะอีก

ในเรื่องนี้คุณหมอบรรจบอธิบายให้ฟังหลังจากที่ได้คุณอัมพรเข้ามาปรึกษาที่ศูนย์ฯ บัลวี ว่า

"เมื่อเราได้พบคุณอัมพรดูเหมือนจะมีอาการปวดตามข้อ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปตามอายุ แต่มีที่น่าสังเกตว่าจะไม่ปวดเมื่อยธรรมดาซะแล้ว เราก็เลยให้ลองตรวจเลือดดูตัวบ่งชี้อาการปวดข้อ เมื่อตรวจความเร็วของการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) ซึ่งคนปกติ เพศหญิงไม่เกิน 20 ส่วนเพศชายไม่เกิน 25 แต่คุณอัมพรมีความเร็วในการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงถึง 40 แสดงว่าเป็นข้ออักเสบแล้ว ถึงแม้ไม่ถึงกับเป็นรูมาตอยด์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ข้ออักเสบ และอาการที่ตื่นขึ้นมาไม่ค่อยสดชื่น น่าจะเกี่ยวข้องกับพิษ ข้ออักเสบจะมีสารเสียออกมา มีปฏิกิริยาไวเกินในร่างกายทำให้มีอาการไข้ตัวรุมๆ เกิดอาการอักเสบตามข้อ ทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมาก็ไม่แจ่มใส การรักษาควรรักษาด้วยการล้างพิษ"

การล้างพิษเป็นกระบวนการรักษาสุขภาพด้วยธรรมชาติบำบัดอย่างหนึ่ง เราอยู่ในสังคมบริโภคนิยม ทำให้มีการสะสมสารเสียในร่างกาย พิษที่ว่าไม่ได้หมายถึง พวกสารปรอท ตะกั่วอย่างเดียว แต่เป็นสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายจากอาหารปิ้ง ย่าง ทอดที่เรากินเข้าไปทุกวัน สารปรุงแต่งต่างๆ เช่น ผงชูรส สารเคมี ที่เรากินเข้าไป ทำให้ตับและไตมีภาระหนักในการขจัดมันออกไปจากร่างกาย

เราจะพบว่าสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นทำให้ร่างกายเสื่อมลง และเกิดอาการเจ็บป่วยมากมาย เช่น เกิดหลอดเลือดแข็งตัว ไขมันพอกพูน ไขมันเลือดสูง เกิดความเสื่อมของข้อและกระดูก เป็นต้น

คุณอัมพรเริ่มมาเข้าคอร์สล้างพิษ ตอนนั้นน้ำหนักตัวอยู่ที่ 59 กิโลกรัม ตลอดทั้งวันได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ฝึกชี่กง ตามด้วยทำสมาธิ ทานอาหารล้างพิษจำพวกผัก ผลไม้ และน้ำคั้นผักผลไม้ วันไหนเป็นมะละกอ ก็จะกินมะละกอทั้งวัน วันไหนเป็นน้ำโปแตสเซียม ก็น้ำโปแตสเซียมทั้งวัน เธอบอกว่าหิวบ้าง แต่มีอะไรให้ทำมากมาย เลยลืมหิวทั้ง อาบแสงตะวัน นวดสัมผัส แอโรบิกในน้ำ สวนกาแฟ หลายวันเข้าร่างกายปรับตัวได้จะไม่ค่อยหิว อาการอักเสบของข้อต่างๆ เริ่มทุเลา เพราะร่างกายได้ถ่ายเทพิษออกไป โดยเฉพาะการสวนกาแฟเป็นวิธีการลดสารพิษที่สำคัญอย่างหนึ่ง โดยใช้คาเฟอีนไปกระตุ้นให้ตับลดสารเสีย ช่วยลดการอักเสบได้เบื้องต้น

แต่การล้างพิษที่สำคัญที่สุด คือ การอดเพื่อสุขภาพ

หลังจากที่จบคอร์ส 10 วันแล้ว ทางกอง บก.มีโอกาสได้พบปะกับคุณอัมพรจึงสอบถามสารทุกข์สุกดิบและสุขภาพทั่วไป เธอเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

"ตอนนี้หลับดีขึ้น ตื่นมารู้สึกสดชื่น อาการปวดข้อตามจุดต่างๆ หายไป 70% แล้ว น้ำหนักลดลงไป 3 กิโลกว่าๆ รู้สึกว่าร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น เมื่อก่อนสายตาจะไม่ค่อยดี เดี๋ยวนี้มองอะไรชัดเจนขึ้นเยอะเลย มีคนทักว่าหน้าตาสดใสขึ้นด้วย"

อาการข้ออักเสบหายไป แถมหน้าตายังดูสดใสขึ้นอย่างนี้ คุณก็เป็นอย่างเธอได้ เพียงหันมาดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นอีกสักนิด.